[KnB Fic] Toll (Aokaga) Part2

posted on 25 Oct 2013 01:28 by wings-on-fire

Title :Toll

Fandom : Kuroko no Basket

Paring : Aomine Daiki x  Kagami Taiga / Kuroko Tetsuya as เพื่อนพระเอก

Rating : PG
 
 

“คากามิคุงครับ~ 

“คากามิจจี้~ 

เสียงที่คุ้นเคยเรียกคากามิให้เดินกลับมายังถนน คิเสะและคุโรโกะกำลังปั่นจักรยานคนละคันขึ้นเนินถนนมาไกลๆ เจ้าเท็ตสึยะเบอร์สองกระดิกหางแล้ววิ่งเข้าหาเจ้าของอย่างร่าเริง

“ฉันอยู่นี่!” เขาโบกมือและตะโกนตอบ คิเสะเร่งปั่นขึ้นเนิน จนถึงทางลาดที่เขายืนอยู่ก็รีบเบรกแทบไม่ทัน

“ทำไมมาด้วยกันล่ะ?”

“ผมเห็นว่าเป็นความผิดของคิเสะคุงที่คากามิคุงหายไปเลยโทรถามเขาว่าอยู่ไหนครับ แล้วบ้านของเขาก็อยู่ไม่ไกลด้วย”

“ฉันที่กำลังนอนหลับเยียวยาแผลใจอยู่ดีๆก็โดนคุโรโกจจี้โทรมาปลุก เลยต้องปั่นจักรยานออกมาช่วยตามหาทั้งๆที่เป็นชายหนุ่มช้ำรักแท้ๆ ใจร้ายกันจริงๆเลยน้า~” คิเสะทำหน้าเศร้า คากามิไม่เข้าใจว่าเหตุใดภาพของสุนัขหงอยจึงแวบเข้ามาในใจตน

“ว่าแต่คิเสะคุง เล่ารายละเอียดสิครับว่าไปเจออาโอมิเนะคุงได้ยังไง”

ชายหนุ่มสามคนจอดจักรยาน แล้วทรุดตัวลงนั่งเรียงกันบนฟุตบาทตรงนั้น

“ก็ฉันช้ำรักจากรุ่นพี่น่ะสิ ทั้งๆที่ตามจีบมาก็หลายปีดีดัก อะไรๆก็โดนฉันเนียนลูบคลำไปหมดแล้วแท้ๆ แต่ก็ยังไม่ยอมเรียกว่าแฟนซักที ครั้งล่าสุดเนี้ย-” จากท่าทางของคนพูด คากามิมั่นใจแล้วว่าเจ้านี่เป็นหมาจริงๆแน่นอน เป็นลูกหมาตัวโตๆที่มีน้ำตาคลอเบ้าอย่างน่าหมั่นไส้ซะด้วย

“พอเถอะครับคิเสะคุง ไม่ได้มีใครอยากฟังเรื่องอกหักรักคุดของนายซะหน่อย”

“ใจร้าย! คุโรโกจจี้ใจร้าย คากามิจจี้ก็คิดเหมือนกันใช่มั้ย?” อืม แถมตอนนี้ยังกระดิกหางอีกต่างหาก

“รีบเข้าประเด็นซักทีสิเฟ้ย!

“คากามิจจี้ก็ใจร้ายอีกคนแล้ว! คืองี้ครับ พอผมอกหัก ตามประสาหนุ่มหล่อผู้ไม่เคยมีประสบการณ์แบบนี้”

“ขอโทษที่ขัดนะครับ แต่คิเสะคุงน่ะอกหักมาตั้งแต่สมัยม.ปลายแล้ว จนตอนนี้ก็ยังไม่เปลี่ยนแปลงครับ” คุโรโกะพูดแทรกด้วยใบหน้านิ่งเช่นเคย

“เฮ้อ เอาเป็นว่าฉันไปนั่งดื่มทำใจที่บาร์เล็กๆ นั่งดื่มไปได้ซักพักก็เห็นว่าตรงโต๊ะมุมด้านในมีผู้ชายผิวคล้ำผมสีน้ำเงินคนนึงนั่งหันหลังให้อยู่ ก็คิดว่า นายนั่นเหมือนอาโอมิเนจจี้จังเลยน้า~ ฉันคงจ้องเขานานไปหน่อย เขาก็เลยหันมาทางฉัน แล้วพอเห็นหน้ากันชัดๆก็ โอ้! นายนี่เหมือนอาโอมิเนจจี้จริงๆแฮะ แล้วพอเขาลุกเดินออกประตูไป ฉันก็คิดได้ว่านั่นมันอาโอมิเนจจี้นี่นา ก็เลยลุกขึ้นวิ่งตามไป แต่ก็ไม่ทันซะแล้วอ่า~

“คิเสะคุงเนี่ย งี่เง่าอย่างที่คิดเลยนะครับ”

“ใจร้าย!

“ว่าแต่บาร์ที่นายพูดถึงเนี่ย มันคือบาร์ไหนกันล่ะ?” คากามิถามออกไป

“ก็บาร์....เล็กๆน่ะครับ” ชายหนุ่มผมแดงเริ่มยั่วะขึ้นมาแล้ว

“แล้วมันบาร์ไหนล่ะฟะ!

“ผม....จำไม่ได้คร้าบบบบบ” คิเสะพูดพร้อมกับโค้งตัวลงต่ำ แต่ดูยังไงก็ไม่น่าให้อภัย

“คิเสะคุงเนี่ย งี่เง่ากว่าที่คิดอีกนะครับ” เจ้าของคำพูดนี้ ก็คือหนุ่มผมฟ้าคนเดิมนั่นเอง

 

 

ผู้ชายสามคนบนจักรยานสองคันพากันสำรวจบาร์ที่เข้าข่ายเป็น “บาร์เล็กๆ”ในบริเวณนั้นจนทั่ว จักรยานคันแรกมิคุโรโกะ เท็ตสึยะเป็นคนปั่น และสุนัขพันธุ์ไซบีเรียนฮัสกี้ตัวใหญ่วิ่งตาม อีกคันมีคิเสะ เรียวตะหนุ่มผมทองรูปงามผู้เหนื่อยหอบเป็นคนปั่น เนื่องจากคนซ้อนท้ายคือคากามิ ไทกะ ผู้กำลังเก็บอาการร้อนรนอย่างสุดความสามารถ

“ทำไมฉันต้องปั่นด้วยอ่ะ!

“ก็ตอนแรกที่คากามิคุงปั่น ดันใจลอยเกือบตกข้างทางนี่ครับ อีกอย่างในกรณีนี้คิเสะคุงเป็นคนผิดคนเดียวเลยครับ”

“ได้ไงอ่ะ ถ้าไม่มีฉันก็จะไม่มีใครเจออาโอมิเนจจี้นะ!

“บางที ถ้าไม่มีใครเจอเจ้านั่น อาจจะดีกว่านี้ก็ได้นะ” คากามิพูดแทรกขึ้นมาลอยๆ

“ฉันหมายถึง เจ้านั่นอาจจะไม่ได้อยากเจอเรา.....เจอฉัน และถ้าฉันเจอเขา ฉันก็ไม่รู้ว่าควรจะทำยังไง จะพูดอะไร” ชายหนุ่มอีกสองคนมองหน้ากันไปมา พวกเขาเข้าใจความรู้สึกของคากามิดี แต่ก็ไม่รู้จะปลอบใจด้วยวิธีใด

“ผมก็ไม่รู้หรอกนะครับว่าอาโอมิเนะคุงคิดอะไรอยู่ หรือถ้าเจอกันแล้วจะเป็นยังไง แต่ว่านะครับ คนอย่างคากามิคุงไม่ใช่คนที่ชอบใช้สมองเยอะๆสักหน่อย ”

“เอ๋! นี่คุโรโกจจี้จะบอกว่าคากามิจ- อุ๊ปส์!” ชายหนุ่มหน้าตายส่งฝ่ามือเข้าที่ท้องของคิเสะอย่างจัง

“ผมหมายถึง คนอย่างคนกามิคุงน่ะ ถ้าตัดสินใจจะทำอะไรแล้ว ไม่เคยมัวมาคิดหรอกว่าในอนาคตจะเป็นยังไง ไม่ว่าเรื่องเล็กเรื่องใหญ่ นายจะทำให้ดีที่สุดก็แค่นั้น ไม่ว่าจะจบลงแบบไหน หัวเราะหรือร้องไห้ นายก็จะยอมรับ แล้วเริ่มใหม่ในวันรุ่งขึ้น และเมื่อมองย้อนกลับไป ก็จะไม่ต้องมาเสียดายที่ไม่ได้ใช้โอกาสอย่างเต็มที่ แบบนั้นสิถึงจะสมเป็นคากามิคุง”

“ว้าว~ คุโรโกจจี้เท่ห์จังแฮะ” เจ้าหมาน้อยหมุนตัวไปมาพร้อมตบมือแปะๆ

“เสี่ยวชะมัด ยังกับพวกพระเอกการ์ตูนในนิตยสารรายสัปดาห์แน่ะ” คากามิพูด แต่ก็ต้องยอมรับว่าคำพูดของคู่หูให้กำลังใจเขาได้มากทีเดียว จากนี้ไม่ว่าจะเป็นยังไง ก็ขอลุยให้เต็มที่ล่ะนะ!

 

 

หลังจากตระเวนหากันต่อพักใหญ่ โดยคากามิเปลี่ยนไปขี่จักรยานแทนคิเสะที่ชี้ไม้ชี้มือไปมาพร้อมกับพูดข้อความประมาณว่า “ร้านนี้แหละ!” หรือ “ฉันจำได้แล้ว ร้านนี้แน่นอน!” ในทุกๆช่วงตึกที่ขับผ่าน แต่ก็ไม่เห็นมีร้านไหนใช่สักที เวลาผ่านไป บรรยากาศก็ซบเซาลงเรื่อยๆ...

“ใช่ร้านนั้นรึเปล่า?” คากามิถาม คิเสะค่อยๆเอามือที่เท้าคางไว้ลงอย่างหน่ายๆ

“ใช่ครับ! คราวนี้ใช่จริงๆครับ! คากามิจจี้รู้ได้ยังไงน่ะ?” บางทีโชคชะตาก็มักจะเล่นตลกกับคนเรา ตั้งใจหาแทบตายกลับไม่เจอ พอถอดใจแล้วกลับเจอกันง่ายๆแบบไม่ทันตั้งตัวซะอย่างนั้น

 “ก็อาโอมิเนะคุงกำลังเดินเข้าไปนี่ครับ” คุโรโกะไม่มีอาการตื่นตระหนกตกใจใดๆทั้งสิ้น คากามิก็เช่นกัน เขาไม่ได้ตื่นตระหนกลนลานอย่างที่คิดว่าจะเป็น แตกต่างจากคิเสะ

“เอ๋! เอ๋! เอ๋! นั่นใช่จริงๆด้วยนี่นา ถึงจะเห็นแค่ด้านหลังก็เถอะ แต่ผมแบบนั้น ผิวแบบนั้น ต้องใช่แน่ๆ!

“หยุดดีดดิ้นซักทีเฟ้ย! รถจะตกข้างทางอยู่แล้ว!” คากามิหันไปแหวใส่คิเสะ เขาสูดหายใจเข้าลึก แล้วเร่งความเร็วจักรยานเท่าที่ขาจะทำได้ เขาเป็นฝ่ายหยุดอยู่กับที่มานานพอแล้ว เป็นฝ่ายรอมานานพอแล้ว จะไม่รออีกต่อไปแล้ว และถ้ามีโอกาสที่จะทำให้การได้แค่รอคอยไปวันๆจบลง เขาจะคว้ามันไว้ให้เร็วที่สุด คากามิรู้ว่าอาโอมิเนะรักในจิตใจที่มุ่งมั่นของเขา จิตใจที่ร้อนแรงและไม่หวั่นกลัวสิ่งใดๆ เขามั่นใจว่าตัวเองยังคงเป็นคากามิคนนั้น ไม่ว่าอาโอมิเนะจะยังเป็นอาโอมิเนะคนนั้นหรือไม่ก็ตามที

 

 

จอดจักรยานไว้ในที่จอดรถเล็กๆแล้วถึงได้สังเกตเห็นว่าหลังบาร์แห่งนี้เคยเป็นสนามสตรีทบาสมาก่อน ทั้งเสาขึ้นสนิม และห่วงเหล็กพังๆไร้ตาข่ายทั้งสองด้านของสนามล้วนเป็นสิ่งยืนยันว่าไม่มีใครใช้งานสถานที่นี้มานานแล้ว และมันก็ช่วยยืนยันสิ่งเล็กๆได้อีกสิ่งหนึ่งด้วยเช่นกัน

เจ้านั่น..........คงยังมีความเป็นอาโอมิเนะคนเดิมอยู่บ้างล่ะนะ  

 

---------

//สาดกิฟท์เป็นธรรมเนียมไปโดยปริยาย

ปิดเทอมนี่อยู่ยากกว่าเปิดเทอมอีกนะคะ ในแง่ของการควบคุมตัวเองแล้วก็อะไรอย่างอื่น 5555 พออยู่เองนานๆ แ้ล้วกลับไปมีผู้ปกครองเริ่มรู้สึกปรับตัวไม่ถูก มันก็ดีไปคนละแบบ /นี่ฉันบ่นอะไรอยู่งั้นเหรอ?

ตอนนึงก็สั้นๆประมาณนี้แหละค่ะ จะไ้ด้ไม่ต้องอ่านกันปวดตา/ จริงๆยังไม่เสร็จ?

อีกไม่เกินสามตอนคิืดว่าจะจบ หลังจากนี้จะลงแบบคนขยันค่ะ พรุ่งนี้มะรืนต่อกันเลย ประมาณนั้น-

ขอบคุณทุกท่านนะคะ เช่นเคยค่ะ ติชมได้ เม้าท์ได้ แต่อย่าทำร้ายจิตใจกันด้วยการอ่านผ่านเลย T^T ลาล่ะค่ะ

ปล.นางดิทลืมใส่ไตเติื้ลบล็อกค่ะ

edit @ 25 Oct 2013 01:42:00 by Pythia

Comment

Comment:

Tweet

ไม่ได้ขุดหาฟิคฟ้าไฟที่เป็นภาษาไทยมานาน พอลองขุดก็ได้เจอฟิคท่าน ยินดีจริงๆ (คู่นี้มันแรร์จริงๆ หาอ่านไม่ได้เลย)
เข้าเรื่องๆ
อ่านแล้วรู้สึกว่า คากามิเฉื่อยๆ ดูหมดพลังชอบกล หรือเพราะอาโอมิเนะหายไป ฮีก็เลยเบื่อๆชีวิต จะเบื่อไปทำไมล่ะคะ น้องดำโกะ เอ๊ย คุโรโกะก็ยังอยู่ เลิกสนอะไรดำๆที่หายไปได้แล้ว เขาหนีไปก็ปล่อยเขาไปเถอะค่ะ (อ้าวๆ นี่เป็นสาวกฟ้าไฟไม่ใช่เหรอ)
รอลุ้นในตอนต่อไปว่า ทั้งสองคนจะได้เจอกันไหม แล้วจะได้คุยอะไรกันต่อไป รออ่านอยู่นะคะ open-mounthed smile
(ว่าแล้วก็กลับไปเขียนฟิคตัวเองบ้างดีกว่า)

#3 By penka (161.200.98.166) on 2013-11-01 09:47

กรี๊ดดด เจอตัวแย้ววววว > <
ลุ้น ๆๆๆๆ *___*

#2 By YULATY on 2013-10-27 06:26

คีจังไม่สมเป็นคีจังยังไงไม่รู้แฮะ (ถึงคีจังจะขี้อ้อน น่าแกล้ง แต่ไม่โง่เง่านา...=_= ในทิปออฟก็บอกอยู่ว่ากีฬาโอเค การเรียนก็โอเค พี่แกเลยเบื่อไปหมด)
 
อยากรู้จังว่า อาโฮ่เป็นอะไร เพราะบาดเจ็บ หรือเพราะดราม่าในทีมบาสที่อเมริกาเลย อะไรเกิดขึ้นกันแน่นะ
(ที่แน่ๆต้องสมเป็นอาโฮ่มิเนจจิชัวร์ เหอๆๆ)

#1 By fukaze on 2013-10-25 09:41