[KnB Fic] Toll (Aokaga) Part1

posted on 29 Sep 2013 03:22 by wings-on-fire

Title :Toll

Fandom : Kuroko no Basket

Paring : Aomine Daiki x  Kagami Taiga / Kuroko Tetsuya as เพื่อนพระเอก

Rating : PG
 
*Note : ไม่ถูกกับคำนวณ ฉันผิดขนาดนั้นเลยเหรอคะ?
 

สิ่งที่คากามิ ไทกะทำเป็นสิ่งแรกหลังจากได้ยินข้อความนั้นก็คือวิ่ง... 

เขาผลุนผลันออกจากบ้าน ไม่แม้แต่จะใส่รองเท้าหรือถามให้แน่ใจว่าเป็นบาร์แห่งใดกันแน่ และไม่สนใจการที่จะต้องเบียดร่างผ่านสุนัขตัวโตที่ออกวิ่งตามไป 

“คากามิคุงครับ!” ชายหนุ่มผมสีฟ้าตะโกนไล่หลัง ถึงจะใช้เวลากะจังหวะการบอกมานานพอสมควรแล้วแต่ก็เขาไม่สามารถป้องกันแบบเหตุการณ์นี้ไม่ให้เกิดขึ้นได้เลย คุโรโกะเดินออกไปหน้าบ้าน คว้าจักรยานคันที่ปั่นมา ขึ้นคร่อมพร้อมกับหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรออกแล้วปั่นตามชายหนุ่มผมสีแดงไป 

 

 

หลังจากวิ่งไปเรื่อยๆจนฮอร์โมนที่ร่างกายหลั่งมากระตุ้นหมดผล คากามิก็ตระหนักได้ว่าเขาไม่รู้จุดหมายที่จะไป เพียงแต่ได้ยินว่าคนๆนั้นอยู่ที่นี่และต้องรีบไปหาก็เท่านั้น ทั้งๆที่ไม่รู้เลยว่าถ้าเจอกันแล้วควรจะทำตัวอย่างไร ควรจะพูดอะไร และจะได้รับปฏิกิริยาตอบกลับอย่างไร ชายหนุ่มก้มลงมองเท้าเปล่าของตัวเอง ขณะกำลังตัดสินใจว่าจะเดินไปไหนต่อ สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นสถานที่ข้างทาง.....สนามสตรีทบาส 

 ที่แห่งนั้นว่างเปล่าในยามใกล้ค่ำ ไม่มีนักเรียนมัธยมมาเล่นบาสกันอย่างที่ควรจะเป็น คากามิถูกดึงดูดเข้าไปหามัน เขาไม่เคยเล่นในที่แบบนี้อีกเลยนับแต่อาโอมิเนะ ไดคิ จากไป คากามิทรุดตัวลงนั่งกับพื้นสนามติดขอบรั้วด้านใน หวนนึกถึงความทรงจำเมื่อครั้งยังเรียนมัธยม

 

“คากามิคุงครับ โตขึ้นอยากเป็นอะไรเหรอ” คุโรโกะ เท็ตสึยะถามขึ้นมาในความเงียบ เล่นเอาคู่หูผมแดงที่กำลังกวาดพื้นอย่างตั้งใจถึงกับสะดุ้ง เย็นนี้พวกเขาทั้งสองเป็นเวรทำความสะอาด

“นายใช้คำว่าโตขึ้นเนี่ยนะ? จบปีนี้เราก็ต้องตัดสินใจแล้วไม่ใช่รึไง” เขาย้อนถาม

“คนที่พูดประโยคสุภาพภาษาญี่ปุ่นยังไม่เป็นทั้งๆที่กลับมาอยู่เกือบสามปีแล้วน่ะหุบปากไปเลยครับ ว่าแต่ คากามิคุงอยากทำงานอะไรเหรอ”

“อืม....ไม่รู้สิ ก็...งานที่ไม่น่าเบื่อละมั้ง?”

“หมายความว่าจะเป็นแม่บ้านของอาโอมิเนะคุงสินะครับ”

“ไม่เห็นมันจะเกี่ยวกันตรงไหนเลย!” คุโรโกะยิ้มขำเมื่อคากามิโวยวายตามระเบียบ แล้วเสียงเมสเสจเข้าก็ดังขึ้นในกระเป๋ากางเกงของคากามิ แต่เจ้าตัวกลับไม่หยิบขึ้นมาเปิดดู

“เจ้าคนตายยากนั่นคงมารอแล้วสินะครับ รีบๆกวาดให้เสร็จเถอะครับ ไม่งั้นเดี๋ยวได้หงุดหงิดเป็นหมีแน่”

คากามิไม่ตอบอะไร เอาแต่ก้มหน้าก้มตากวาดพื้น

“อากาศก็ไม่ร้อนนะครับ คากามิคุงหูแดงขนาดนั้นแพ้แมลงกะทันหันเหรอครับ?”

“หุบปากไปเลยไป!

“เอ๋...พอเงยหน้าขึ้นมาแล้วถึงเห็นว่าไม่ใช่แมลง แต่เป็นเขินต่างหาก”

 

 

พอทำเวรเสร็จ เดินออกไปหน้าโรงเรียน ถึงเห็นว่าเจ้าบ้านั่นดักรออยู่จริงๆ

“ยืนรอนานเมื่อยชะมัด” มาถึงก็เปิดฉากเอ่ยวาจาไม่เข้าหู

“ก็ใครใช้ให้มารอเล่า!

“ถ้าไม่มารอก็ไม่ได้กลับกับนายน่ะสิ”

“.........”

“เผลอได้ยินคู่รักเขาสวีทกันจนได้ งั้นขอตัวกลับก่อนนะครับ” คุโรโกะที่เดินตามมาเงียบๆเปรย ก่อนจะเดินหลบออกไป

ทั้งคู่เดินเงียบๆไปด้วยกันจนถึงสนามสตรีทบาสแล้วเริ่มเล่นกันอย่างดุเดือดเหมือนกับทุกครั้ง คากามิยังเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำอยู่บ่อยๆ แต่กลับไม่เคยรู้สึกหมดกำลังใจเลย มีแต่อยากเล่นอีกเท่านั้น ไม่ใช่เพื่อให้แข็งแกร่งกว่าคนตรงหน้าเหมือนเมื่อก่อน แต่เป็นการเล่นพื่อให้ได้เล่น เพื่อให้ได้หลบหลีก เลี้ยงบอล ส่งลูก และใช้เวลากับอีกฝ่าย ในที่สุดก็ถึงเวลาค่ำ แมลงส่งเสียงกรีดปีก ไฟตามถนนถูกเปิดขึ้น เป็นสัญญาณว่าแม็ตช์ของวันนี้จบลงแล้ว เขาทั้งสองคนทรุดตัวนั่งพักเหนื่อยบนสนาม คากามินึกถึงคำถามของคุโรโกะ

“อาโอมิเนะ จบมัธยมแล้วนายจะทำอะไร” เขาเอ่ยขึ้นลอยๆ อาโอมิเนะใช้ดวงตาสีน้ำเงินจับจ้องเขาอย่างสงสัย

“นี่ไอ้บ้าอย่างนายสนใจเรื่องอนาคตด้วยเรอะ?”

“อย่างกับนายสนใจกว่าฉันนักนี่” อาโอมิเนะหัวเราะดังๆกับคำพูดของอีกฝ่าย หัวเราะดังๆจนคากามิเริ่มหงุดหงิด

“จริงๆ ฉันตัดสินใจไว้นานแล้วล่ะ” อาโอมิเนะมองขึ้นไปบนท้องฟ้า ซึ่งก็ไม่ได้มีอะไรพิเศษ ไม่ใช่คืนพระจันทร์เต็มดวง หรือคืนเดือนดับที่มีดาวเต็มฟ้า เขาต้องพูดเรื่องแบบนั้นในคืนแบบนี้ นึกๆไปก็ออกจะน่าเสียดายนิดๆ

“ฉันจะไปเมืองนอก.....”

“หา? ทั้งๆที่เวลาท่องเอบีซียังต้องร้องเป็นเพลงเนี่ยนะ” คากามิพูด มันฟังดูเหมือนเป็นเรื่องตลก แต่หน้าตาของอาโอมิเนะกลับดูจริงจังเหลือเชื่อ

“ฉันจะไปเข้าลีกบาสระดับโลก ไปแข่งที่นั่น” เป็นความคิดที่แปลกสำหรับอาโอมิเนะ ไดคิ ผู้ที่ไม่หวังอะไรจากการเล่นบาสเก็ตบอลนอกจากสนุกไปวันๆ แล้วก็เบื่อหน่ายเมื่อไม่เจอคนที่เก่งกว่า แต่ผู้ที่เปลี่ยนความคิดของเขาไปก็คือคากามิ ไทกะ ซึ่งแสดงให้เขาเห็นแล้วว่าคนราสามารถพัฒนาตัวเองได้แค่ไหน   คากามิที่พัฒนาจนเอาชนะเขาได้ในวันนั้นช่างส่องประกายเหลือเกิน อาโอมิเนะไม่เคยลืมภาพนั้นลง เขาเองก็อยากจะพัฒนาขึ้น ถ้าได้แข่งในที่แบบนั้น แข่งกับคนเก่งกว่าซึ่งมีอีกมากมาย เขาจะต้องส่องประกายอย่างน้อยก็พอที่จะสามารถยืนเคียงข้างคากามิอย่างภาคภูมิได้แน่นอน

“และถ้าฉันยังไม่ได้เป็นที่หนึ่ง ฉันจะไม่กลับมาที่นี่อีก” ไหนๆสิ่งเดียวในโลกที่เขาทำได้ดีก็มีแค่บาสเก็ตบอล ต่างกับคากามิที่ทั้งทำอาหารเก่ง อ่อนโยน น่ารัก ไม่ว่าอยู่ที่ไหนก็ส่องประกายที่สุดเสมอ

“แล้วก็......” เขาหันไปมองคากามิที่นั่งหน้าเหวอไปแล้ว และบันทึกภาพใบหน้านั้นไว้ในความทรงจำ

“เฮ้ย!....อื้อ!” คากามิส่งเสียงประท้วงเมื่อถูกประกบจูบ แล้วก็เริ่มดิ้นหนีอย่างบ้าคลั่ง อีกฝ่ายก็พยายามรวบแขนเขาไว้โดยไม่ปล่อยริมฝีปากเลย

“จะดิ้นทำไมฟะ รู้มั้ยว่าตัวเองไม่ใช่สาวน้อยตัวเบาๆน่ะ แบบนี้มันรวบยาก คนยิ่งกำลังเหนื่อยๆอยู่” ถ้อยคำถูกกระซิบอยู่ที่ริมหู ด้วยความบ้าจี้บวกกับความหงุดหงิดเมื่อได้ยินคำพูดเหล่านั้น คากามิจึงใช้ศีรษะโหม่งแรงๆเข้าที่หน้าผากของชายผิวคล้ำ

“โอ๊ย! ทำอะไรของนายฟะ! แบบนี้ก็ไม่โรแมนติกเซ่!”  

“แล้วที่บังคับจูบคนอื่นเขาเรียกว่าโรแมนติกรึไง?!

“อ๋อ...ชอบแบบสารภาพรักใต้แสงเทียน ยื่นช่อกุหลาบซ่อนแหวนให้แล้วค่อยขอจูบก็ไม่บอก”

“ไม่ได้ชอบโว้ย!

“ไม่ชอบเทียน กุหลาบ แหวน หรือว่าจูบ?”

“ไม่ชอบแกโว้ย!”  อาโอมิเนะยกยิ้มมุมปากให้กับประโยคนั้น เขายื่นแขนสองข้างมาทางคากามิเหมือนจะโอบแล้วค่อยๆเดินขยับเข้ามาใกล้ๆ คากามิพยายามเดินถอยหลบไปยังขอบรั้ว....แล้วก็ ปึ้ง! คากามิถูกขังอยู่ในอ้อมแขนของอาโอมิเนะในสภาพหลังชนขอบรั้ว

“ไม่ชอบฉันจริงเหรอ?” ดวงตาสีน้ำเงินจ้องเข้าไปในดวงตาสีแดง คากามิหลบสายตาเสมองลงพื้น

“ตอบสิ...ไม่ตอบฉันจะ...” อาโอมิเนะทำท่าจะเชยคางอีกฝ่ายขึ้นมา พร้อมมองอย่างเจ้าเล่ห์

“ไม่ชอบแกจริงๆโว้ย!” คากามิแข็งใจตะโกนใส่หน้าอาโอมิเนะซึ่งเริ่มขำ

“อย่าโกหกสิ.....ถ้าโกหกฉันจะ....”

“พอ! แบบนี้มันบังคับกันนี่หว่า!

“แล้วว่าไงล่ะ” คราวนี้อาโอมิเนะดูจริงจัง เขารู้อยู่แล้วว่าคากามิมีใจให้ ก็แค่อยากได้ยินให้ชัดเจน

“”ก็ได้....”

“อะไรก็ได้?”

“ฉันชอบแกก็ได้ไงเล่า!” คากามิเงยหน้าขึ้นตะโกน แล้วก็รู้สึกว่าโดนสวมกอดแบบตรงๆ อาโอมิเนะซบศีรษะลงที่อกของเขา ทั้งสองสัมผัสถึงความอบอุ่น กลิ่น และเสียงหัวใจเต้นของอีกฝ่าย ซึ่งมันเริ่มเต้นเป็นจังหวะเดียวกันในที่สุด

“อย่าทำเหมือนว่าแกจะไปแล้วแบบนี้สิ”คากามิพูดขึ้นเบาๆ

“ก็ถ้าต้องไปจริงๆ นายจะได้ไม่เสียใจจนจมน้ำตาตายไงเล่า” สมกับที่เป็นไอ้โง่มิเนะแฮะ

 

 

แล้ววันที่อาโอมิเนะจากไปก็มาถึง แค่วันเดียวหลังจากพิธีจบการศึกษา ไม่มีใครได้เห็นเขาอีกเลย ไม่มีกำหนดการใดๆ ไม่มีการบอกกล่าว อาจจะยกเว้นก็กับครอบครัว แต่ก็ไม่มีใครได้ไปส่งเขาที่สนามบิน เขาแทบจะไม่เอาเสื้อผ้าติดไปเลยด้วยซ้ำ เวลาผ่านไป ไม่มีใครเห็นอาโอมิเนะออกทีวีหรือลงนิตยสารบาสดังๆ แล้วก็มาถึงวันนี้ วันที่คิเสะบอกว่าเห็นอาโอมิเนะนั่งอยู่ในบาร์ในเมืองนี้เอง มันเกิดอะไรขึ้นกันนะ คากามิคิดไม่ออก ยังไงก็คิดไม่ออก.....

 

 

.

.

.

/ทรุดฮวบ
หายไปนานเพราะช่วงปั่นงานก่อนสอบค่ะ นี่ก็ไม่ใช่สอบเสร็จแล้วหรอกนะคะ มันคือเวลาก่อนสอบหนึ่งวันต่างหาก ทำไมฉันทำแบบนี้กับชีวิตตัวเองนะ?
ปล. เชิญตินะคะ ไม่มีอะไรให้ชมจริงๆ
ปลล. ปลาลิงลิง
ปลลล. ข้าพเจ้าเล่นเด็กดีด้วยชื่อ Blue Anemone ถ้าเห็นแว้บๆ(ส่วนใหญ่ก็ไปคอมเม้นท์ฟิคชาวบ้าน)ที่ไหนก็ทักกันได้นะคะ
ปลลลลล. ล.เกินจากข้อที่แล้วไป2ตัว?
ปลลลลลล. ที่นี่ก็ทักกันได้นะคะ


edit @ 29 Sep 2013 03:30:54 by Pythia

edit @ 29 Sep 2013 03:46:53 by Pythia

edit @ 29 Sep 2013 03:49:41 by Pythia

Comment

Comment:

Tweet

#2 By (171.96.82.2|192.168.48.21, 171.96.82.2) on 2014-03-13 00:02

เวรกรรม ทำไมไดกิทำอย่างนั้นล่ะ?!!!!! หายไปเฉยๆแบบนั้นแถมไม่มีข่าวคราวอะไรส่งกลับมาให้ได้รับรู้เลย ให้ไทกะบอกว่ารักแล้วทิ้งกันไปแบบลึกลับ ไม่สงสารไทกะบ้างหรือไงพ่อคุณ เฮ้อ....ตามลุ้นสุดตัวงับ!!!

#1 By hchan on 2013-09-30 19:14